Login | Forgot Password | Register
Home | Forum Board | Music |
สอนDJตั้งเเต่Basicถึงเล่นเองได้ ไม่ต้องเสียตังเรียนเเพงๆ

Bigfoot

Posted: 6
Replied: 32

สอนDJตั้งเเต่Basicถึงเล่นเองได้ ไม่ต้องเสียตังเรียนเเพงๆ

Category: General Talk | Read: 27665 | Replied: 5 | Post Date: 23/09/09 03:38:23 | Latest Update: 23/09/09 03:38:23


สำหรับผู้ที่ อยากศึกษาเกี่ยวกับ DJ นำไปฝึกนะครับ อาจสร้างอาชีพให้ท่านได้ ไม่มากก็น้อย เม้นวันละนิดเพื่อกำลังใจเเด่ผู้ให้เเหล่งฟามรู้ อันนี้ผมCOPY มาจาก upmax

D.J.” เป็นคำย่อมาจาก ภาษาอังกฤษ ย่อมาจากคำว่า “DISC JOCKEY” แแปลว่าคนขี่แผ่นเสียง ความหมายก็คือ ผู้ที่มีหน้าที่เสนอเพลงดีๆ
ให้ผู้ฟังได้ฟังเพลงโปรดหรือเพลงที่คุณชื่นชอบหรือเพลงฮิต ไม่ว่าจะเป็น DJ. สถานีวิทยุ หรือ DJ.ประจำใน DISCO THEQUE ‘ PUB
ก็รวมเรียกว่า DJ. ดั่งนั้น DJ.จึงต้องมีใจที่เปิดกว่ายอมรับฟังดนตรีทุกประเภท การฟังมากศึกษาเพลงก็จะมีความรู้ลึกลงไปในเพลงอย่างดี
ซึ่งเป็นพื้นฐานของ DJ.ที่ดี
อุปกรณ์
DOUBLE CD PLAYER  มีหลากหลายยี่ห้อแล้วแต่สะดวกชอบลูกเล่นมากๆก็ราคาสูง ถ้าชอบของถูกลูกเล่นก็น้อยหน่อย หรืออาจจะเป็นรุ่นเก่าหน่อย หรือว่าจะหาซื้อเครื่องมือสองก็ไม่ผิด กติกาแต่ประการใด แต่ในที่นี้เราจะไม่แนะนำ
DISCO MIXER เป็นอุปกรณ์ที่รวมสัญญานเสียงจากเเหล่งกำเนิดเสียงหลายๆเเหล่งมารวมกัน ใช้ในการมิกซ์ของ DJ.โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมี MIXER บางอย่างที่ใช้ในการมิกซ์และเล่นลูกเล่น ที่เรียกว่า SCRATCH MASTER เหมาะสำหรับ DJ. ที่ชอบ SCRATCH คือการนำแผ่นเสียงมาถูให้เป็นจังหวะ (สนใจเรื่อง SCRATCH ติดตามในบทความต่อไป เร็วๆนี้ ตอนนี้อยู่ในการรวบรวม ความรู้ คับ )
CD.MUSIC แผ่น CD เพลงที่ต้องการนำมา MIXING
HEADPHONE มีไว้ฟังเปรียบเทียบจังหวะของเพลงที่เปิดอยู่กับเพลงที่กำลังจะเปิดต่อไปว่า หัวเพลงอยู่ไหน,เพลงอะไร และ BEAT (บีท) เท่ากันสนิทหรือยัง
บทที่ 1 บีท BEAT
การทำงานของ DJ.ที่ดีจำเป็นต้องรู้และนับจังหวะหลักเป็น เพลงทุกเพลงจะมีจังหวะหลักของแต่ละเพลงจะใช้นับจังหวะหลักเทียบเวลา 1 นาที ( จะงงกันไหม เนี้ย ผมเขียนเองยัง งง อยู่เลย ) โดยเริ่มจากการใช้เข็มนาลิกาที่มี วินาที เริ่มต้นนับจังหวะหลัก 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ไปเรื่อยๆจนเข็มวินาที วน 1 รอบพอดี ( 1 นาที ) นับได้เท่าไรนั้นก็คือ บีท หรือ BPM. เช่น 100 BPM ส่วนใหญ่จะเป็น Hip Hop
130 BPM ส่วนใหญ่จะเป็นเพลง DANCE     BPM คือ BEATS PER MINUTE

บทที่ 2 ห้องเพลง BAR  (ทั้งนี้การนับห้องเพลงของแต่ละสำนักไม่เหมือนกัน) มาถึงส่วนสำคัญมากอีกส่นหนึ่งของดนตรี นั้นคือ “ห้องเพลง BAR”
ห้องเพลง คือ จำนวนจังหวะหลักใช้กำหนด ช่วงเวลา ท่อนเพลง ความแม่นยำแน่นอน ในการทำเพลงขึ้นมา 1 ห้องเพลงมี 4 จังหวะหลัก เริ่มนับที่
1 ไป 2 ไป 3 ไป 4 ( บางสำนักก็นับ 1 ไป 2 ไป  3ไป 1 )การนับ 1 2 3 4 ถือเป็น 1 ห้องเพลง BAR ประโยชน์ของเพลงเพลง ช่วยในการต่อเพลง MIXING ให้เกิดความแม่นยำและแน่นอน สามารถทำได้โดยการแยกส่วนต่างๆเช่น เสียงกลองกี่ห้องเพลงถึงจะมีเสียงร้อง เสียงร้อง ท่อนสร้อย (REPEAT) กี่ห้องเพลง ท่อนจบ ทั้งหมดกี่ห้องเเพลง
หลังจากพอทราบคราวๆเรื่องห้องเพลงกันแล้วเราจะมาแนะนำการนับเป็นชุดๆการนับห้องให้ถูกวิธี และสะดวกรวดเร็วเหมาะแก่การใช้งาน ควรจะนับเป็นชุด เพลง 1 INTRO มี 8 BAR ใน 8 BAR มีอยู่ 2 วรรค วรคคละ 4 ห้อง ปกติหลังจาก 8 BAR ก็จะส่ง 1 ครั้ง
     1231 # 1232 # 1233 # 1234 # 1235 # 1236 # 1237 # 1238 
 ( อธิบายเป็นตัวอักษร คงเข้าใจกันอยากเนอะ ) หรืออธิบายแบบเครื่องดนตรี  O คือกลองใหญ่ 0 คือ กลองแทร็ค
      O0 OO0 # O0 OO0 # O0 OO0 # O0 OO0 # O0 OO0 # O0 OO0 # O0 OO0 # O0 OO0  แบบว่า  ตึก โป๊ะ ตึก ตึก อ่ะ
 ดังตัวอย่างนี้เป็นการนับห้องเพลงแบบเป็นชุด
โปรดติดตาม ตอนต่อไป การหา INTRODUCTION  การ MIXING  เทคนิค EFFECT

Upload Image
Plese Login to Post Reply
05/05/12 09:20:05
mod

Posted: 0
Replied: 1

มีอีกหรือป่าวครับ ติดตามอยู่ครับ ขอบคุณครับ มีประโยชน์มากครับ

04/11/09 06:11:50
CHIMPAN-Z

Posted: 0
Replied: 4

กระทู้ดีมีประโยชน์ ครับ

23/09/09 03:42:30
Bigfoot

Posted: 6
Replied: 32

ตอน อ่าน ดู ด้วยนะครับ ว่าอันไหน ขั้นตอนที่1 ที่ 2 ฮ่าๆๆๆ

23/09/09 03:40:33
Bigfoot

Posted: 6
Replied: 32

๓. ช่วงของเพลงที่จะมิกซ์ หัวเพลงที่จะเข้า ( IN )
ก่อนอื่นต้องทำการนับดูว่าห้องเพลงที่เราต้องการจะใช้ทำการมิกซ์ต่อเข้าไปมีห้องเพลงเท่าไร เสียงกลองกี่ห้องเพลง เสียงเบสมีกี่ห้องเพลงหรือว่า INTRO กี่ห้องเพลง เมื่อทราบแล้วก็สพดวกในการนำมามิกซ์ เพราะว่าอาจจะมีการตัดทอนของห้องเพลงให้กระชับหรือพอดีกับช่วงออกของเพลง ทำให้พอดีและต่อกันสนิทแนบเนียน ฟังดูดี
๔. ช่วงของเพลงที่จะมิกซ์ออก ( OUT )
เราทราบหัวเพลงที่จะเข้าไปแล้วทีนี้เรามาทราบช่วงเพลงที่ต้องการจะออก เราอาจจะเลือกเข้าช่วงของการร้องในช่วงท่อนสร้อย [ repeat ] หรือจุดอ่อนของเพลง ที่สังเกตเห็นง่ายๆ คือเบรก [ break ] คือการที่เพลงจะหยุดเครื่องดนตรีโซโลลงเกือบทุกชนิด เหลือแต่เสียงกลองอย่างเดียว เสียงเปียโนอย่างเดียวเสียงเบสอย่างเดียว หรืออาจจะเป็นเสียงร้องอย่างเดียว เป็นช่วงเพลงที่สะอาดถือเป็นจุดอ่อนอีกที่จะมิกซ์เสียงดนตรีชนิดอื่นๆ เข้าไปในช่วงนี้จะง่ายต่อการมิกซ์ในบริเวณนี้ ผลที่ได้จะเป็นช่วงต่อมิกซ์ที่สวยมาก เต็มไปด้วยความกลมกลืนของดนตรี นอกจากนั้นยังมีท่อนสร้อย [ tepeat ] คือการร้องหรือโซโลซ้ำๆหลายๆรอบของท่วงทำนอง ถือเป็นจุดอ่อนอีกอย่างหนึ่งของเพลง และจะใช้ในกรณีที่เพลงนั้นไม่มีเบรค จะเลือกมิกซ์ในขณะที่เพลงร้องหรือโซโลซ้ำๆ กั น [ repeat ] ได้เป็นอย่างดีช่วงมิกซ์ก็จะออกมาสวยงามและเต็มไปด้วยพลังแห่งความเร้าใจของดนตรีเช่นกัน แต่ข้อสำคัญที่สุดของการมิกซ์แบบนี้ จะต้องมีการนับห้องเพลงให้พอดีกัน จริงๆทั้ง ๒ เพลงเพื่อความแม่นยำ
BAR ห้องเพลงที่จะมิกซ์
การมิกซ์เพลงให้ฟังดี สิ่งที่สำคัญรองจาก บีท คือห้องเพลง ห้องเพลงจะเป็นตัวกำหนดความแม่นยำในการมิกซ์เพลงของ DJ. เพราะฉะนั้น DJ. ควรนับและจดจำห้องเพลงให้แม่นยำขึ้นใจ ห้องเพลงจะเป็นตัวกำหนดหรือบอกว่าเสียงร้องหรือเสียงโซโลต่างๆยาวแค่ไหนและจะมิกซ์ช่วงไหนดี หรือเพลงมีความยาวของห้องเพลง ๘ BAR  จะมิกซ์กับเพลงไหนที่มี INTRO เหมือนกัน ๘ BAR เช่นกัน จะได้ความยาวพอดีกัน ความยาวของเสียงดนตรีหรือช่วงจังหวะหยุดของดนตรีในห้องเพลงจะสามารถนับบีทออกมาเป็นห้องเพลงได้ทั้งนั้น

SHOOT MIXING ชูต มิกซ์ คือการมิกซ์แบบเดียวเดียวกับ LONG MIX แต่ต่างกันตรง SHOOT MIX ช่วงต่อของเพลงออกมาต่างจาก LONG MIX ตรงที่เส้นเสียงจะไม่นำขึ้นมามิกซ์ แต่จะฟังในหูฟังเรียกว่ามิกซ์ในหู รอจนใกล้ช่วงต่อเพลงที่เราต้องการ จึงนำ LINE เสียงออกมาแล้วตัดลงอีกเพลงโดยทันที
ทั้งนี้วิธีนี้สมควรใช้ในกรณีที่ ช่วงหัวเพลงนั้นรกมากๆ หรือไม่ต้องการให้เสียงนั้นออกสู่ภายนอก
SHORT MIXING ชอต มิกซ์ คือการมิกซ์แบบสั้นๆระหว่าง ๒ เพลงแบบสั้นๆ ใช้สัดส่วนของห้องดนตรี เป็นตัวมิกซ์ ไม่ว่าจะเป็นกระเดื่องหรือสแนร์ ก้อได้เพื่อความสมดุลและความเหมาะสมและความสวยงามของการมิกซ์ สำหรับบีท อาจจะช้าหรือเร็วก็อได้อยู่ที่ความเหมาะสมฟังแล้วดีสวยก้อใช้ได้
SAMPLER MIXING ( เครื่องเล่น DJ. ส่วนใหญ่จะมีฟั่งชั่นนี้ ) ไม่ต่างจาก SHOT MIX เพียงแต่ลีลาในการเข้าเพลงเราสามารถจะใช้ SAMPLER ช่วยในการมิกซ์ จะใช้เสียง SOUND EFFECT ต่างๆมาใช้ในการมิกซ์ด้วยก้อได้ แล้วแต่ลูกเล่นของเราหรือจะใช้เสียงที่เราจะใช้ในการมิกซ์ของหัวเพลงห้อได้อยู่ที่เทคนิคของใครของมัน แต่ที่สำคัญต้องนับห้องเพลงลงให้สวย

เทคนิค EFFECT ( คงจะอธิบายแบบคร่าวๆนะคับ )
LOOP EFFECT
LOOP คืออะไร ทุกคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้ แต่อาจจะยังไม่เข้าใจ LOOP คือการนำช่วงดนตรี ๑ ช่วงที่ต้องการย้อนกลับมาเล่นซ้ำอีก ยกตัวอย่างเช่น เพลงที่เราฟังสี่ท่อนสร้อย ๘ ห้องดนตรีเราสามารถจะเลือกจุดเริ่มต้นที่จุด A สิ้นสุดที่จุด B เป็นความยาว ๘ ห้อง จากนั้นก้อสั้ง Loop เครื่องก้อจะเล่นย้อนซ้ำจุดที่เราเลือกไว้และสิ้นสุดที่จุดที่เรากำหนดจะกี่รอบก้อแล้วแต่เรากำหนด
ข้อควรจำ การกำหนดจุดเริ่ม ควรจะกำหนดที่จังหวะแรกของห้องดนตรีแรกที่กระเดื่องหลัก [ kick drum ] และควรจะสิ้นสุดที่จังหวะสุดท้ายของจุดสิ้นส่วนสุดท้ายของห้องดนตรี (ส่วนที่ ๔ ของห้องดนตรีสแนร์ จะทำให้รอบวงของ Loop ต่อเชื่อมสนิทกันฟังดูดีลื่นหูไม่สดุด การLoop สามารถจะ Loop กี่ห้องเพลงก็อได้อยู่ที่ความเหมาะสมและความตร ถ้า Loop บนเครื่อง DOUBLE CD PLAYER ควรจะฝึกฝนบ่อยๆ เพื่อความแม่นยำและความสดใสในการเล่น


SAMPLER EFFECT
SAMPLER คือการที่บันทึกสัญญาณ เสียงที่ต้องการจากแผ่น CD แล้วนำมากลับมาใช้ในการมิกซ์เป็นการโชว์ลูกเล่นเพิ่มรสชาติของเพลงและลูกเล่นในการ มิกซ์ สามารถเพี่มลูกเล่นได้ตามจินตนาการของเรา เครื่อง DOUBLE CD PLAYER ส่วนใหญ่จะสามารถบันทึกสัญญาณเสียงได้ไม่เกิน ๖ วินาที ถ้าต้องการใช้ลูกเล่นเกินมากกว่า ๖ วินาที ขอแนะนำใช้ใช้ Loop จะดีกว่า
REVERSE EFFECT
REVERSE คือการบันทึกเสียงและนำเสียงที่บันทึกนำกลับมาเล่นแบบย้อนกลับหรือเล่นถอยหลังเป็นลูกเล่นอีกชนิดหนึ่งที่นิยมในการมิกซ์ สามารถจะนำมาใช้ในการต่อเพลงได้ดี

23/09/09 03:38:24
Bigfoot

Posted: 6
Replied: 32

ต่อจากตอนที่แล้วคับใครยังไม่ได้อ่าน ก้อไปอ่านสะก่อนที่
http://www.upkajuy.com/cgi-bin/up-board/board.pl?board=Tech;action=display;num=1090483995



การหาบทนำ [ INTRODUCTION ]
บทนำมีส่วนสำคัญมากในการมิกซ์เนื่องจากจะเป็นส่วนที่ทำให้เสียงเพลงเวลามิกซ์แบบต่อเนื่องเกิดความไม่ขาดตอน หรือความรู้สึกเร้าใจ แต่ถ้ามิกซ์ลงจังหวะว่างจะเกิดความรู้สึกจังหวะจะช้าหรือเสียงเพลงเบาลงจนเสียความรู้สึก หรืออาจจะไม่ต่อเนื่องอย่างนี้เรียกว่า ฟิวส์ขาด ฌดยทั่วไปบทเพลงที่เราเคยฟังจะมีเสียงดนตรีเป็นตัวนำก่อนจะเข้าไปสู่เนื้อร้อง เสียงดนตรีหรือท่วงทำนองตรงนั้นคือบทนำ เป็นบทนำก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาขอเพลงส่วนเวลาเรามิกซ์ก็ควรจะมีการส่งเข้าจังหวะหนักของเพลง หรือกระเดื่องหลัก รายละเอียดได้อธิบายไปใน ตอนที่แล้ว
บทเพลงสมัยใหม่จะมีหัวเพลงที่ยาวมากกว่าจะเข้าบทนำ [ intro ] ทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับเวอร์ชั่นของเพลง เช่น  EXTENDED – CLUB MIX VERSION เป็นต้น บทเพลงแบบกระชับก้อมียกตัวอย่างเช่น ORIGIL VERSION – RADIO EDIT       บทเพลงพวกนี้จะสั้นเหมะสมไม่ยาวเกินไป สำหรับ DJ.มือใหม่จะต้องทดลองฟังมากๆ การฟังมากจะทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้นและที่สำคัญการส่งเพลงที่เราเปิดอยู่ไปสู่เพลงที่เราจะนำเข้ามามิกซ์ แล้วลงจังหวะหนักจะทำให้เพลง ๒ เพลงฟังแล้วสมส่วน และ มีความกลมกลืนกันมากกว่า
การ MIXING
การ MIXING คือการทำให้สิ่งที่มีหลายสิ่งมารวมกัน ( เสียงเพลง ) การมิกซ์มีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่เทคนิคของใครของมัน แล้วแต่ใครจะสร้างสรรค์ทำให้กลมกลืน แต่วิธีการมิกซ์กลักใหญ่ คงไม่ต่างกันมากนัก ผมขอนำเสนอบางส่วนที่นิยมในการมิกซ์ หลักสำคัญในการมิกซ์คือ ทำเสียงเพลง ๒ เพลงให้เข้ากันโดยยึดหลักการฟังเสียงกลองเท่านั้น
         การต่อเพลง มี ๒ แบบใหญ่คือ
๑. LONG MIXING การมิกซ์ผสมผสานแบบยาวหรือหลายๆห้องเพลง
๒.SHORT MIXING การผสมผสานแบบสั้นๆหรือใช้สัดส่วนของห้องเพลงเพียงบางส่วนเท่านั้น       
         อันดับแรกผมจะแนะนำเกี่ยวกับ LONG MIX
การมิกซ์ผสมผสานแบบยาวหรือหลายๆห้องเพลงสามารถทำการมิกซ์ให้กลมกลืนแล้วปรับแต่ง เสียงไปด้วยไปด้วยในการ มิกซ์ทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นแบบใดต้องปรับแต่งเสียงไปด้วยเพื่อความสมดุล การต่อเพลงแบบที่มีการซ้อนกัน ระหว่างเพลง ๒ เพลง โดยการ นำเพลง ทั้ง ๒ ที่มี บีทใกล้เคียง
กันนำมา PITCH บวกวห้เร็ว หรือ ลบให้ช้า ให้มีบีทเท่ากัน แล้วผสมสัญญาณเสียง MIXING ออกทาง MIXER ถ่ยทอดจากเพลงที่ ๑ ต่อด้วยเพลงที่ ๒ และเพลงที่ ๓ ๔ ๕ ๖ ไปเรื่อยๆแต่ปัจจัยหลักก็ยังคงอยู่
๑ บีท [ BPM ]
อันดับแรกควรคำนึงถึงสิ่งนี้ก่อน ควรจะให้เท่ากันให้มากที่สุด แต่ควรจะบวก ลบ ไม่เกิน ๒ บีท ในกรณีที่อยากจะรักษาคุณค่าเพลงเอาไว้ให้ใกล้เคียงที่สุด ( แนว RCA คงไม่ต้องคำนึง ยิ่ง ลวก มากๆเท่าไรยิ่งมัน บ้างร้าน เพลง มีประมาณ ๑๕๐ เล่นพวกเพิ่นอีก ๙ บีท )
ทั้งนี้อยู่กับ FEEL ของผู้ฟัง ข้อควรระวังการบวก มากๆ จะทำให้เสียงสูงหรือแหลมเพลงก้อจะวิ่งเร็ว ลบมากก้อเพลงจะช้าเต็นไม่สนุก
๒.คำนึงถึงจังหวะกลอง
จังหวะกลองที่จะมิกซ์ เพลงแต่ระประเถทจะมีจังหวะกลองแตกต่างกันไป แม้จะมี บีทของจังหวะที่เท่ากันก้อตามยกตัวอย่าง HIP HOP : DANCE ; FUNKY ; TECHNO ; HOUSE จะมีจังหวะกลองที่แตกต่างกันแต่ก้อสามารถทำการมิกซ์เข้ากันได้จากการทำให้บีทวิ่งเท่ากันโดยฟังแล้วจับจังหวะหลัก ซึ่งเพลงทุกเพลงจะมีจังหวะที่ชัดเจน นั้นคือเสียงกลอง “กระเดื่อง” BASS DRUM
วันนี้ขอจบที่จังหวะกลองก่อนนะคับ เมื่อยนิ้วโคตรๆ คราวหน้าจะมาต่อกับวิธีการ มิกซ์ แบบ LONG MIXING และวิธีในการ มิกซ์ แบบอื่นๆ